ไปอังกฤษทั้งที จะไม่มาที่นี่ … ไม่ได้
BRITISH MUSEUM
สมัยเรียนวิชาประวัติศาสตร์ มักจะได้ยินอาจารย์พูดอยู่หน้าชั้นเรียนว่า อังกฤษ เป็นประเทศที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน เป็นความหมายแฝงที่จะบอกว่าอังกฤษมีอาณานิคมอยู่ทั่วโลก เห็นได้จากของที่นำมาจัดแสดงใน British Museum แห่งนี้
.
British Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติของมนุษย์ที่สำคัญที่สุดในโลก ก่อตั้งในปี 1753 เริ่มแรกเป็นการจัดแสดงของสะสมของเซอร์ ฮานส์ สโลน นายแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ
.
ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการวิจัยด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ภายในตกแต่งสวย ดูเรียบง่ายแต่ใหญ่โต มีวัตถุโบราณกว่าแปดล้านชิ้น รวมระยะเวลาประมาณ 2 ล้านปี แนะนำให้มาแต่เช้าเพราะแถวรอเข้ายาวมาก
.
เราเริ่มจากทางด้านซ้ายเป็นโซนอียิปต์ ภายในมีทั้งศิลาจารึก Rosetta ต้นแบบของศิลาจารึกภาษาอียิปต์ที่นำไปสู่การเปิดโลกความลับโบราณนับพันปีของอียิปต์ออกสู่สายตาชาวโลก
.
ประติมากรรมหินสลักของฟาโรห์ โลงศพคลีโอพัตรา สฟิงก์ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง แผ่นหินแบนที่สลักเป็นภาพนูนต่ำเ วัตถุโบราณของอัสซีเรียน และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นมัมมี่จริงๆ วัตถุบางชิ้นหาชมได้ยากแม้กระทั่งที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์ก็ไม่มีเพราะขนมาจัดแสดงไว้ที่นี่หมดแล้ว
.
จากอาณาจักรอียิปต์โบราณ เมื่อล่มสลายก็กลายมาเป็นยุครุ่งเรืองของกรีกโรมันแทน ที่นี่ก็มีหน้าบันของมหาวิหารแพนธีออนที่ล่มสลายไปแล้ว รูปปั้นเทพีอะโฟรไดท์ รูปปั้นม้าจากเมาโซแลม และรูปปั้นหินอ่อนอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็นำมาแสดงไว้ที่ British Museum แห่งนี้
.
จากยุโรปก็มาสู่ยุคกลาง สมัยสงครามครูเสด (Crusades) มีสถาปัตยกรรมแบบไบเซนทีน งานศิลปะรูปแบบต่างๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนจักร เราสนใจเสื้อคลุมไม่มีแขนที่ทำมาจากทองคำ (gold cape) ซึ่งเป็นฝีมือช่างชั้นสูงเก่าแก่โบราณหลายพันปีประมาณ 1,800 ปีก่อนคริสตกาล มีภาพแกะสลักรูปนูนต่ำจากพระราชวังในจักรวรรดิอัสซีเรีย เดินชมเรื่อยมาจนถึงศิลปะสมัยบาโรคและรอคโคโค
.
โซนเอเชีย ก็รวมเอาโบราณวัตถุทั้งจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น พระพุทธรูปคันธาระเป็นพระพุทธรูปยุคแรกของโลกซึ่งได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากอารยธรรมกรีกก็อยู่ในโซนนี้ มีชิ้นส่วนประติมากรรมหินปูนของสถูปองค์ใหญ่ในสมัยอมราวดีของอินเดีย ศิลปะขอม มีเทวรูปทำจากสำริดและหินทราย พระพุทธรูปจากไทย พม่า และอีกหลายชาติมาไว้ที่นี่
.
ที่ชอบสุดก็คือ ห้องที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของนาฬิกา นำมาให้ชมตั้งแต่ยุคแรกของนาฬิกาที่ใช้กลไกใช้ระบบตุ้มถ่วง เรื่อยมาจนพัฒนาเป็นแบบนาฬิกาไขลาน ขนาดก็เริ่มปรับให้เล็กลงจนมีนาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาพกพา นาฬิกาข้อมือแบบไขลาน แบบใส่ถ่าน เรื่อยมาถึงยุคตัวเลขและ Smart Watch ในที่สุด เป็นวิวัฒนาการของนาฬิกาที่หาชมได้ยากและตื่นเต้นมาก
.
ใครที่อยากฟังบรรยายไปด้วยแนะนำให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อขอรับ Audio Guide ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าประตูหน้า
.
อ่อ!! อย่าลืมหยิบแผนที่ติดมือไปด้วยเพราะภายในค่อนข้างใหญ่และมีหลายห้องอาจจะหลงหรืองง ๆ ได้ เราคิดว่าน่าจะใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเดินชม British Museum ให้ทั่ว
















































