บทประพันธ์แห่งการใช้ชีวิตที่ทันสมัย
/
ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางวิถีชีวิตอย่างประณีต ผสานสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย ธรรมชาติและความสะดวกสบายให้กลายเป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยที่โดดเด่น ราวกับบทเพลงคลาสสิกของ Antonio Vivaldi คีตกวีชื่อดัง ที่แสดงถึงความสมดุลระหว่างพลังชีวิตและความสงบ เพื่อนำเราให้เดินเข้าสู่จังหวะที่ลงตัวของชีวิตในทุกๆ วันเลยครับ
.
กานต์มองว่า เรามิอาจเทียบความยิ่งใหญ่ของโครงการดุจความงดงามของบทประพันธ์ The Four Seasons แต่่นั่นกลับเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้โครงการ VIVALDI BANGNA ออกแบบโดยตั้งใจนำพาเราไปสู่ภาพความงามของธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งในทุกฤดูกาล
.
เมื่อเข้ามาสัมผัสโครงการจะรู้สึกได้ถึงความสุขสดชื่นจากพื้นที่สีเขียว สายน้ำและสวนสวย การออกแบบสถาปัตยกรรมเน้นเส้นสายที่สะอาดตาและพื้นที่เปิดโล่ง ให้แสงธรรมชาติส่องผ่านอย่างลงตัว เหมือนกับการผสมผสานจังหวะของธรรมชาติสู่ใจกลางของบ้าน
.
ทุกหลังได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองต่อชีวิตประจำวันที่ต้องการทั้งความเร่งรีบและช่วงเวลาที่สงบ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อจากพื้นที่ภายในสู่ภายนอกบ้าน การจัดวางหน้าต่างให้รับแสงธรรมชาติ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่สร้างความรู้สึกของความเป็นชุมชน กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมกลางแจ้ง ออกไปเดินเล่น ผ่อนคลายและมีช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรอง เฉกเช่นฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงในบทเพลงของ Vivaldi การออกแบบของที่นี่ก็เปลี่ยนแปลงตามเวลาเช่นกันครับ เริ่มตั้งแต่แสงอ่อนๆ ยามเช้าที่พาดผ่านต้นไม้ไปจนถึงแสงทองของพระอาทิตย์ยามตกดิน
.
ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ในย่านบางนา สามารถนำเสนอสุนทรียะของการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างความเร่งรีบของเมืองใหญ่และความสงบเงียบของที่พักผ่อน ด้วยการเข้าถึงถนนสายหลัก ถนนสายรอง ศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และสถานพยาบาลอย่างสะดวกสบาย ตอบสนองทั้งการใช้ชีวิตในเมืองและความสบายในการพักผ่อน ราวกับจังหวะที่สลับซับซ้อนของดนตรีที่มีการตัดกันอย่างลงตัวครับ
.
การพักอาศัยโครงการ VIVALDI BANGNA จึงเป็นเหมือนการได้สัมผัสบทประพันธ์แห่งชีวิตยุคใหม่ ที่ทุกช่วงเวลาถูกจัดวางอย่างลงตัวเพื่อมอบความสะดวกสบาย ความสุขและความสงบในบรรยากาศที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน
.
กานต์ยกกองถ่ายไปเก็บภาพแห่งความประทับใจกันมาแบ่งปันกัน อยากพาไปชมบรรยากาศของโครงการกันต่อด้านใน ติดตามพร้อมกับแคปชั่นในแต่ละรูปได้เลยครับ
.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1232

ตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งความสงบ ที่ซึ่งเสียงน้ำไหลกับเสียงนกร้องผสานกับท่วงทำนองอันแผ่วเบาของเพลง “The Four Seasons” ต้อนรับเรากลับบ้านในทุกวัน ที่นี่ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยแต่เป็นปราการแห่งความสุขที่ Real Asset ได้รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Life Well Balanced”


ส่วนกลางของโครงการไม่ต่างจากรีสอร์ทหรู ด้วย Clubhouse สองชั้นที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกายที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง หรือสนามเด็กเล่นบ้านต้นไม้ขนาดใหญ่ที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน ทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างชุมชนที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา


โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อม ทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ เช่น Mega Bangna, IKEA, Central Bangna และ Seacon Square โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลศิครินทร์ และโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษานานาชาติระดับแนวหน้าที่อยู่ใกล้เคียง เช่น Thai-Singapore International School, Bangkok Patana School, และ St. Andrews International School เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหาการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพในทุกด้าน

















แบบบ้าน Estate : ฤดูร้อน คือ ช่วงเวลาแห่งการเจริญเติบโต สะท้อนความสนุกสนานของชีวิตที่มีสีสันและน่าตื่นเต้น ดีไซน์ให้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 215 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
แบบบ้าน Inverno : ฤดูหนาว คือ ช่วงเวลาช่วงแห่งการค้นหาความฝัน การวางแผนและตั้งเป้าหมายเพื่อให้เป็นเส้นทางของการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ นำเสนอผ่านบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
แบบบ้าน Primavera : ฤดูใบไม้ผลิ เป็นข่วงเวลาที่ให้เราได้สนุกไปกับการลงมือทำ ยิ่งลงมือทำมันเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ผลลัพธ์จะออกมางอกงามก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น บอกเล่าผ่านบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 328 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ ซึ่งเป็นบ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมกันในพาร์ทนี้ครับ



ประตูให้เป็นบานเหล็กปิดสีดำด้านของ TOSTEM แบรนด์ชื่อดัง โดยได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ด้วยแล้ว ด้านข้างเจาะช่องเป็นกระจกฝ้าเพื่อเปิดให้แสงเข้ามาภายในบ้านได้ ส่วน Foyer ด้านหน้ามีพื้นที่สำหรับจัดวางข้าวของขนาดเล็กเช่น กุญแจรถ หรือจะจัดวางสตูลเตี้ยสำหรับนั่งสวม-ถอดรองเท้าก็ได้เช่นกัน


Living Area โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เปิดโล่ง มีความสูงแบบ Double Volume สร้างความรู้สึกกว้างขวางและโอ่อ่า ผนังกระจกขนาดใหญ่ทั้งสองด้านช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา เชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับสวนสีเขียวภายนอกได้อย่างกลมกลืน ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแม้จะอยู่ในบ้าน

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเลือกใช้โทนสีอ่อนๆ เช่น เทา และครีม ช่วยเสริมความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย โซฟาตัวใหญ่รูปตัวแอลวางอยู่กลางบ้าน เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือรับแขก มีโต๊ะกลางทรงกลมวางไว้อย่างลงตัว และอาร์มแชร์อีกตัวช่วยเพิ่มพื้นที่นั่งเล่นได้อย่างสบาย ส่วนพื้นไม้สีอ่อนและพรมสีครีมช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับห้อง ในขณะที่ผ้าม่านยาวสีครีมช่วยควบคุมแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้เมื่อต้องการ










จุดเด่นของห้องคือเตียงนวดแบบคู่ที่ดูแสนสบาย ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา หันหน้าเข้าหาประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่สวนและสระว่ายน้ำด้านนอก ทำให้รู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ
แต่หากบ้านไหนที่ไม่มีผู้สูงอายุพักอาศัยอยู่ด้วยและไม่ประสงค์จะทำห้องสปา แต่ทว่ากลายเป็นบ้านของคุณแม่มือใหม่ กานต์ว่าห้องนี้ก็สามารถปรับเป็นห้องนอนสำหรับทารกหรือคุณแม่แรกคลอดได้อย่างลงตัว การออกแบบที่ยืดหยุ่นนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในระยะยาว ทำให้บ้านสามารถปรับตัวไปพร้อมกับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว



สระว่ายน้ำรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขอบโค้งมนนั้น ไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับการว่ายน้ำออกกำลังกายหรือเพียงแค่แช่ตัวเพื่อผ่อนคลายได้ความรู้สึกเย็นสบาย

อีกทั้งยังออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวด้วยการใช้เวลาร่วมกันภายในบ้าน ทั้งว่ายน้ำ ออกกำลังกาย พูลปาร์ตี้ริมสระ หรือเพียงแค่นั่งเล่นพูดคุยกันสบายๆ ในช่วงเวลาตอนเย็นหลังเลิกงาน เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนที่ผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยในเมือง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและสมดุลอย่างแท้จริง

เห็นได้จากพื้นที่บันไดที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 2 ชั้น โครงการออกแบบด้วยความประณีตและใส่ใจในรายละเอียด ขั้นบันไดลูกตั้งลูกนอนเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนสร้างสัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวล ตัดกับผนังสีขาวสะอาดตาที่ช่วยสะท้อนแสงและเพิ่มความสว่างให้กับโถงบันได ราวจับบันไดทำด้วยไม้ให้ความสวยงามและรู้สึกมั่นคงปลอดภัย





จุดเด่นของห้องคือเตียงนอนที่ดูนุ่มสบาย จัดวางเอาไว้ริมผนังด้านหน้าเพื่อให้เราตื่นมาพบกับแสงแรกของวันผ่านผนังกระจกบานใหญ่ เตียงนอนประดับด้วยหมอนในโทนสีเทาและขาว หัวเตียงบุนวมสีเทาควันบุหรี่ทรงสูงจรดเพดานสร้างความรู้สึกโอ่อ่าและหรูหรา ข้างเตียงมีโต๊ะข้างสีขาวดีไซน์เรียบง่าย วางโคมไฟทรงกลมสไตล์โมเดิร์นที่ให้แสงสว่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีไฟ LED ที่ติดตั้งในผนังโค้ง ด้านข้างเป็นโต๊ะทำงาน ซึ่งนอกจากให้แสงสว่างแล้วยังเป็นองค์ประกอบตกแต่งที่โดดเด่นอีกด้วย


ห้องนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นห้องนอนและพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

ด้านในเป็นมุมแต่งตัวที่ประกอบด้วยโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกะทัดรัดพร้อมเก้าอี้สบาย ด้านบนมีชั้นวางของแบบเปิดพร้อมไฟ LED ในตัว ช่วยเพิ่มแสงสว่างและความสวยงามให้กับพื้นที่ พื้นห้องปูด้วยลามิเนตโทนสีอ่อน เพิ่มความอบอุ่นและความเป็นธรรมชาติให้กับห้อง


ห้องนอนหลักมีขนาดกว้างขวาง โดดเด่นด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่พร้อมผ้าม่านโปร่งสีขาว ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ทำให้ห้องดูสว่างยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เช่น สีเบจ น้ำตาลอ่อน และขาวครีม สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและสง่างาม เตียงนอนขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นของห้อง บุหัวเตียงด้วยผ้าสีน้ำตาลอ่อน พร้อมผ้าคลุมเตียงลายกราฟิกสีขาว-ดำที่เพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้อง นอกจากนี้ยังมีโคมไฟตั้งโต๊ะทั้งสองข้างของเตียงเพื่อการอ่านหนังสือหรือสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ผนังด้านในกลายเป็นพื้นที่แสดงของตกแต่งที่สวยงาม มีทั้งหนังสือ ต้นไม้ และของประดับต่างๆ ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นบ้านและแสดงถึงรสนิยมของผู้อยู่อาศัย


– John Updike



ที่สำคัญคือการสร้างบรรยากาศร่วมภายในโครงการให้เราได้มีความสดชื่น ร่มรื่น อบอุ่น ผ่อนคลายในทุกวัน ราวกับได้ใช้ชีวิตตามท่วงทำนองที่เปลี่ยนผ่านไปตามกาลเวลาของบทเพลง “The Four Seasons” จาก Antonio Vivaldi สะท้อนถึงความงดงามของชีวิตที่มีสมดุลระหว่างธรรมชาติและความหรูหราในราคาที่คุณก็เป็นเจ้าของได้
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1232