
瑠璃光院 #วัดที่สวยและเข้าชมยากที่สุดในเกียวโต
__________________
วัดรุริโคอิน (瑠璃光院) เป็นวัดที่สวยงามและเงียบสงบ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต ใกล้กับภูเขาฮิเอะ วัดอยู่ห่างจากศูนย์กลางเล็กน้อย และสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Yase-Hieizanguchi และใช้เวลาเดิน 5 นาทีไปยังวัด หรือจะนั่งรถบัสจากสถานีเกียวโตมาก็ได้ครับ
.
กลุ่มวัดขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามและมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทางเข้าและทางเดินที่สวยงาม สวนสไตล์ญี่ปุ่น “Ruri no Niwa” และ “Garyo no Niwa” ห้องรับแขก “Shoin” โรงน้ำชา “Kikaku-tei” และอื่นๆ
.
วัดรุริโคอินเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและยากแก่การเยี่ยมชมมากที่สุดในเกียวโต เนื่องจากวัดแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเพียงปีละ 2 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ราคาค่าเข้าคนละ ¥2,000 โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคนจะเยอะมาก
.
ไฮไลท์ของวัดคือต้นเมเปิลซึ่งแสดงทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ร่วมกับอาคารประวัติศาสตร์และสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่วัด ถ้าใครไปช่วงนี้จะได้เห็นชมใบเมเปิ้ลสีเขียวสดและตะไคร่น้ำทำให้ดูชุ่มฉ่ำใจในความเขียวขจี
.
แต่ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีละก็ … ขอบอกเลยว่าต้องมารอเข้าแต่เช้าตรู่ เพราะผู้คนล้นหลามมาก ทุกคนต่างอยากจะไปถ่ายรูปที่ชั้นสองของอาคารโชอิน ในห้องโต๊ะกระจกดำ เรียกว่า “ยูกะ โมมิจิ” (ยูกะแปลว่าพื้น และ โมมิจิแปลว่าเมเปิ้ล (ใบ) ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งขนาดว่าเราไปช่วงนี้ยังดูแล้วสีสวยมากจริงๆ
.
ด้านในยังมีไฮไลท์อื่นๆ เช่น ห้องคัดลอกพระสูตรเพื่อบูชาอุทิศให้กับเทพเจ้า
.
ชั้นล่างมี “Kamaburo” เป็นหนึ่งในรูปแบบต้นแบบของห้องอบไอน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งโครงสร้างทรงกลมทำจากดิน มีร่องรอยประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงปี 672 ตำนานเล่ากันว่าจักรพรรดิเทนมุซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเจ้าชาย ได้รับบาดเจ็บจากลูกธนูที่ด้านหลัง คนท้องถิ่นแนะนำให้รู้จักกับคามาบุโระซึ่งช่วยรักษาบาดแผลของเขา โดยให้นอนลงบนเสื่อฟางและปล่อยให้ไอน้ำไหลออกจากเตาเพื่อให้เหงื่อออก ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าดีต่อสุขภาพ เหมือนซาวน่านี่แหละ
.
ชั้นล่างก็เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยไม่แพ้กัน เรียกว่า Garyō no Niwa สามารถมานั่งจิบชาเขียวอันเลื่องชื่อของเกียวโต ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของสวนสไตล์ญี่ปุ่นได้
.
เดี๋ยวพฤศจิกาจะมาใหม่ครับ มารอต่อแถวตั้งแต่ตีห้าเลย …





























